หลังจากไม่ได้อัพเดทบล็อกมานานพอสมควร ( เนื่องจากงานที่ระดมกันเข้ามาปลายปี ) ตอนนี้ก็เริ่มว่างแล้วและคาดว่าจะพยายามวางแผนให้ลงตัว ปีนี้จะได้ไม่ต้องลำบากแบบปีก่อน ตอนนี้ผมมีสมาชิกใหม่ครับ มันคือ ปลาอะโรวาน่าเขียว ครับ เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าที่บ้านมีตู้ปลาขนาด 48 นิ้ว อยู่ใบหนึ่ง ก็ทิ้งว่างๆ ไว้นะครับ พอดีที่บ้านให้ทำความสะอาด ผมก็เลยนึกถึงตอนสมัยวัยรุ่นที่เคยเลี้ยงปลาอะโรวาน่ามาก่อน ตอนนั้นเลี้ยงปลาอะโรวาน่าทองอ่อน ก็เลี้ยงตามประสาวัยรุ่นละครับ ก็ให้มันกินลูกปลาบ้าง แมลงสาบบ้าง ฯ
พอผมคิดได้และล้างตู้ปลาเรียบร้อยแล้วก็ตรงไปจตุจักรเลยโดยมีวัตถุประสงค์ในการซื้อปลาอะโรวาน่า ก็เดินดูอยู่นาน คิดอยู่หลายรอบ ในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อปลาอะโรวาน่าเขียว ( ใจจริงอยากจะซื้ออะโรวาน่าทองอินโด หรือ อะโรวาน่าแดง แต่ราคามันแพงและยังไม่เชื่อมือตัวเองเท่าไร ก็เลยกลัวว่าซื้อมาแล้วเลี้ยงแล้วตายก็จะเสียดาย ) ซึ่งผมก็ซื้อมาพร้อมทั้งซื้อปลานกแก้วมาอีก 2 ตัว ซึ่งผมซื้อมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน โดยผมฝึกให้กินแต่อาหารเม็ด ซึ่งมาถึงปัจจุบันก็ได้ผลดีพอสมควร มันก็โตขึ้นพอสมควร ไว้ถ้ามีโอกาสผมจะเอารูปมาลงครับ
วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ขอไว้อาลัยแด่สุนัขผู้สร้างความบันเทิงให้ผม "ขาวเล็ก" ( ไอ้ทึ่ม )
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาลองเล่นและอัพเดทบล็อกเลยครับ เพราะมันมีเรื่องเศร้าเกิดขึ้นกับสุนัขตัวโปรดของแฟนผม ( รวมทั้งผมด้วย ) เพราะเมื่อวันจันทร์ที่ 27 ก.ย.53 ที่ผ่านมามันได้เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากมันโดนรถชนครับ ซึ่งเท่าที่ผมได้ฟังผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังได้ความว่า มันเดินตามพ่อแฟนผมออกมานอกบ้าน ซึ่งพ่อแฟนผมก็ทำโน่นทำนี่อยู่ เผอิญว่ามันอยู่ตรงกลางถนนหน้าบ้าน ( ถนนเลนส์เดียวสวนกัน ) ปรากฎว่ามีรถกระบะขนของขับมาโดยไม่เบรคและไม่บีบแตรเลย ( เหมือนมันตั้งใจ ) และชนมันอย่างจัง ซึ่งจริงๆ แล้วไอ้รถกระบะใจทรามนั้นน่าจะชะลอและบีบแตรหน่อยเพราะว่าเป็นช่วงตอนเย็นวันทำงานและมีคนเดินเยอะ แต่มันก็ไม่ทำ
ที่ผมเขียนระบายเรื่องสุนัขตัวโปรดของผมนั้นเพราะว่าอยากให้ใครก็ได้ที่ได้มาอ่านบล็อกของผมแล้ว กรุณาให้ความเห็นใจกับชีวิตเล็กๆ ที่ไม่รู้ประสีประสาหน่อยครับ ว่าเวลาท่านขับรถถ้าเจอเหตุการณ์เหล่านี้ก็ควรใช้ความระมัดระวังหน่อยนะครับ เพื่อให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ครับ
ที่ผมเขียนระบายเรื่องสุนัขตัวโปรดของผมนั้นเพราะว่าอยากให้ใครก็ได้ที่ได้มาอ่านบล็อกของผมแล้ว กรุณาให้ความเห็นใจกับชีวิตเล็กๆ ที่ไม่รู้ประสีประสาหน่อยครับ ว่าเวลาท่านขับรถถ้าเจอเหตุการณ์เหล่านี้ก็ควรใช้ความระมัดระวังหน่อยนะครับ เพื่อให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ครับ
วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553
ต้นชวนชมไม้ยอดฮิต ?
เพื่อนๆ ทุกคนย่อมมีความชอบในสิ่งต่างๆ และมีความถนัดไม่เหมือนกัน บางคนชอบโน่นนี่นี่นั่นก็ว่ากันไปนะครับ สำหรับผมนั้นตอนนี้เริ่มมองหางานอดิเรกทำหลายๆ อย่าง ก็ดูว่าชอบแบบไหน ล่าสุดได้คุยกับเพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัด ช่วงนี้เขากำลังมุ่งมั่นในการปลูกและเพาะเลี้ยงต้นชวนชม ซึ่งช่วงนี้โทรศัพท์คุยกันทีไรก็ต้องมีเรื่องของต้นชวนชมมาโผล่ตรงกลางวงสนทนาทุกทีไป ก็ดีครับผมก็จะได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เพราะผมคิดว่าคนเรารู้เรื่องหลายๆ เรื่องก็ยังดีกว่ารู้เรื่องเดียวนะครับ เพราะความคิดมันจะแคบเหมือนกบในกะลาครับ ซึ่งไอ้ต้นชวนชมที่ว่านี้ ผมบอกตรงๆ เลยว่าเคยเห็นมานานแล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจ แบบว่ามองผ่านไปโดยไม่รู้ด้วยว่ามันคือต้นชวนชม แต่พอมาคุยกับเพื่อนผมแล้วรู้เลยว่า ความรู้ด้านนี้กว้างและลึกมาก มีการตั้งเป็นชมรมกันเป็นเรื่องเป็นราวเลย
อาทิตย์หน้าผมว่าจะไปหาเพื่อนคนนี้ซะหน่อย ซึ่งคาดเดาได้เลยว่ามันต้องพาไปดูสวนชวนชมที่มันไปดูอยู่ประจำแหงๆ เลยครับ แล้วผมจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกทีนะครับ
อาทิตย์หน้าผมว่าจะไปหาเพื่อนคนนี้ซะหน่อย ซึ่งคาดเดาได้เลยว่ามันต้องพาไปดูสวนชวนชมที่มันไปดูอยู่ประจำแหงๆ เลยครับ แล้วผมจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกทีนะครับ
วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553
หุ่นเซย์ย่า version original ออกวางตลาดแล้ว
ในที่สุดหุ่นของการ์ตูนยอดฮิตเมื่อประมาณ 20 ปี ที่แล้วก็ออกวางจำหน่ายแล้ว ซี่งที่จริงก็ออกวางจำหน่ายมาตั้งนานแล้วแต่ที่ผมจะพูดถึงก็คือหุ่นของพวกพระเอก ( เซย์ย่า ,ชิริว , เฮียวกะ , ฟินิกซ์ และ ชุน ) ซึ่งเป็นตัว original ซึ่งเป็นชุดคลอธชุดแรกที่เริ่มออกฉายทางทีวีเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว โดยส่วนตัวของผมแล้วรู้สึกดีมากๆ ซึ่งแน่นอนผมต้องซื้อเก็บแน่นอน ดูแล้วก็คลาสลิคมากๆ ครับ ทำให้หวนนึกถึงความทรงจำครั้งสมัยเด็กๆ ถ้าผมจำไม่ผิดผมดูการ์ตูนเรื่องนี้ทางทีวีตอนอยู่ ป6. ซึ่งภาพตัวอย่างของหุ่นชุดนี้ก็สามารถหาดูได้ตาม web ที่ผมมี link อยู่ใน blog นี้นะครับ
วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553
บอลโลกมาแล้ว+++
และแล้ว 4 ปีที่รอคอยก็จบสิ้นลงแล้วครับ บอลโลกมาแล้วครับพี่น้อง คืนนี้ก็จะเปิดสนามแล้ว ก็คู่ระหว่าง แอฟริกาใต้ กับ แมกซิโก แต่สำหรับผลแล้วผมจะดูตั้งแต่พิธีเปิดสนาม แต่จะไฮไลท์จริงๆ ที่คู่ดึกคือ ฝรั่งเศส กับ อุรุกวัย ครับ เพราะผมคิดว่าน่าจะเป็นคู่ใหญ่กว่า ซึ่งส่วนตัวผมนั้นในบอลโลกครั้งนี้ ( ทุกครั้งก็ว่าได้ ) เชียร์ อาร์เจนติน่า กับ อิตาลี ครับ ก็ขอให้ทุกคนสนุกสนานกับการชมฟุตบอลนะครับ ลืมและพักเรื่องเครียดๆ ซักเดือนนึง แฮปปี้ทุกคนครับ
วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
จะกลับมาสะสม Model เซนต์เซยย่า ต่อแล้วครับ
หลังจากที่ไม่ได้ซื้อหุ่นเซนต์เซย์ย่ามาเกือบปี ( เพราะช่วงที่ผ่านมาต้องใช้เงิน ) พอมาถึงตอนนี้กิเลสเริ่มกลับมาแล้ว อาจเป็นเพราะเริ่มมีตังค์กลับเข้ามา ( หลังจากที่ภาระผ่อนของเริ่มหมดไป ) ก็เริ่มมองๆ หาหุ่นต่อแล้ว ซึ่งผมก็มีการติดตามข่าวการออกจำหน่ายมาตลอด พอเช็คไปเช็คมาก็รวมแล้วน่าจะขาดซัก 20 กว่าตัวได้มั๊ง ซึ่งที่ผ่านมาผมก็เก็บมาหลายสิบตัวแล้ว เฮ้อ! คิดแล้วก็เหนื่อยแต่ก็สู้ๆ ซึ่งหลักๆ ผมก็เก็บโกล์ดคล็อธครบ 12 ราศีแล้ว และโชว์ในตู้แล้วด้วย ขณะนี้ก็กำลังเล็งๆ ตัวทานาทอสอยู่ จะได้เข้าคู่กับฮิปนอสที่ซื้อมาแล้วเมื่อปีก่อน ก็วางแผนไว้ว่าจะเก็บเดือนละ 1 ตัวครับ หวังว่าคงตามทันซักวันนึง สู้ๆ ครับ
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ไปไหว้พระมา !
เบื่อเรื่องงาน เบื่อเรื่องการเมืองและความขัดแย้ง ที่จั่วหัวอย่างนี้เพราะว่าเรื่องเหล่านี้มันน่าเบื่อจริงๆ ครับ ทำให้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมหนีบรรยากาศอันตึงเครียดในเมืองกรุงออกไปชาร์ตแบตที่ต่างจังหวัด ตอนแรกก็ตั้งใจว่าอาจจะไปเพชรบุรี แต่ไปๆ มาๆ ผมก็ขับรถไปตามเส้นทางสุพรรณบุรีซะนี่ ผมเลยขับรถไปถึงชัยนาท และไปไหว้หลวงปู่ศุข ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า บรรยากาศวันนั้นดีมากครับ วิวแม่น้ำสวยมากครับ คนแถวนั้นก็อธิบายว่าหน้าวัดเป็นคุ้งน้ำที่บรรจบกันระหว่างแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งไปชมบรรยากาศแล้วสวยงามมากครับ แต่เสียดายมากที่ลืมเอากล้องดิจิตอลไปด้วยไม่งั้นก็จะถ่ายรูปและมาลงให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน
กลับมาถึงบรรยากาศในวัดนะครับ มีคนศรัทธามากราบไหว้หลวงปู่เยอะพอสมควร ซึ่งประวัติของท่านก็หาอ่านได้ทั่วไปนะครับ เพราะท่านเป็นเกจิฯ ดัง และเป็นพระอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรฯ ด้วย และที่ลืมไม่ได้ผมก็แวะชมวัตถุมงคลของทางวัดด้วยและผมก็เช่าพระ ซึ่งทางวัดก็บรรยายว่าทำจากไม้ที่เป็นคานในอุโบสถหลังเก่า โดยทำเป็นรูปของหลวงปู่และมีการลงรหัสไว้ด้วย หลังจากนั้นก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ ซึ่งขากลับก็คลุกคลักเรื่องการเดินทางนิดหน่อยเพราะรถยางแตก แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี และกลับถึงกรุงเทพฯ อย่างปลอดภัยครับ
กลับมาถึงบรรยากาศในวัดนะครับ มีคนศรัทธามากราบไหว้หลวงปู่เยอะพอสมควร ซึ่งประวัติของท่านก็หาอ่านได้ทั่วไปนะครับ เพราะท่านเป็นเกจิฯ ดัง และเป็นพระอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรฯ ด้วย และที่ลืมไม่ได้ผมก็แวะชมวัตถุมงคลของทางวัดด้วยและผมก็เช่าพระ ซึ่งทางวัดก็บรรยายว่าทำจากไม้ที่เป็นคานในอุโบสถหลังเก่า โดยทำเป็นรูปของหลวงปู่และมีการลงรหัสไว้ด้วย หลังจากนั้นก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ ซึ่งขากลับก็คลุกคลักเรื่องการเดินทางนิดหน่อยเพราะรถยางแตก แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี และกลับถึงกรุงเทพฯ อย่างปลอดภัยครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)